อีสุกอีใส โรคยอดฮิตในเด็กเล็ก


เข้าสู่ฤดูฝน
พ่อแม่ที่เฝ้าฟูมฟักลูกน้อยมาอย่างดีคงต้องระวังกันหน่อย
เพราะอย่างที่เราทราบกันว่าหน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายที่สุด
โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงมากนักโดยหนึ่งในโรคที่มากับน้ำฝนเย็นชุ่มช่ำ
และมักเกิดกับบรรดาเด็กเล็ก คือ อีสุกอีใส
โรคที่นอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้ลูกน้อยของคุณแล้ว
บางครั้งบางคราวยังทิ้งบาดแผลที่ไม่น่าจดจำเอาไว้ทั่วร่างกายเป็นของดูต่างหน้าเสียด้วย
แล้ว อีสุกอีใส เกิดขึ้นได้อย่างไร? คำตอบง่ายๆก็มาจากเชิ้อไวรัสที่ทำให้ร่างกายเกิดผื่นคัน
ถือเป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง ทำให้ร่างกายมีตุ่มนูนขนาดเล็ก
หรือตุ่มน้ำใสๆ ทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า15 ปี และแพร่เชื้อกระจายออกไปได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนอาการของโรคอีสุกอีใส ลูกน้อยของคุณจะมีไข้ต่ำรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เหนื่อยง่าย เฉื่อยชา ปวดศีรษะ เจ็บคอ
อยากอาหารลดลง หรือไม่อยากอาหารในช่วง 1-2วันแรกของการติดเชื้อ จากนั้นจะเกิดผื่นแดงๆ ตามร่างกาย
ทั้งใบหน้า หน้าอก หลัง ปาก เปลือกตา อวัยวะเพศซึ่งผื่นแดงเหล่านี้จะเริ่มกลายเป็นตุ่มพองขนาดเล็ก มีน้ำใสๆ
ในอีก 2-4 วัน ก่อนจะเกิดการตกสะเก็ดในสัปดาห์ต่อมาโดยผู้ป่วยมักจะมีอาการคันบริเวณที่เกิดผื่นหรือตุ่มพองอยู่บ่อยครั้ง
และบางครั้งจะทิ้งแผลเป็นเอาไว้ด้วยแล้วเราจะป้องกันลูกน้อยจากอีสุกอีใสอย่างไร?
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อีสุกอีใส เกิดจากเชื้อวีซีวี
ที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านทางการสัมผัสกับแผลของผู้ป่วยทางน้ำลาย ไอ จาม
หรือการหายใจเอาเชื้อที่ปะปนในอากาศเข้าไปนอกจากนี้
การติดเชื้อในบางกรณีอาจเกิดจากการสัมผัสกับแผลของผู้ป่วยโรคงูสวัดโดยตรงได้เช่นกัน
เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคงูสวัดขึ้น
แต่พบได้น้อยมาก โดยจะมีระยะในการฟักตัว 10-21 วันหรือประมาณ 2 สัปดาห์ดังนั้น
วิธีแก้คือการป้องกันลูกน้อยให้ห่างไกลจากผู้ป่วยติดเชื้อมากที่สุด
หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรรักษาให้ถูกวิธี หากลูกน้อยของคุณมีอาการ
เพราะอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาไม่ถูกต้อง ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตก็มี
โดยภาวะแทรกซ้อนของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อ, โรคปอดบวม,
โรคสมองอักเสบ หรือ ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ มีปัญหาเลือดออกภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปเพราะปัจจุบันเราสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสให้ลูกน้อย
ได้ โดยแพทย์จะแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนจำนวน 2 เข็มเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุประมาณ 1 ปี (12-15 เดือน)
และฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ปีเช่นเดียวกับผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคมาก่อน
จะต้องมีการฉีดวัคซีนจำนวน 2 เข็มโดยให้ฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่ 2 ห่างกันประมาณ 28 วัน
ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคและลดความรุนแรงของโรคลงได้มากถึงประมาณ 90% เลยทีเดียว