โรงเรียนทางเลือกเขาเรียนอะไรกันนะ! ตอนที่ 2


หลังจากที่ได้รู้จักโรงเรียนทางเลือก และแนวทางการสอนไปแล้ว 3 รูปแบบ
ในครั้งนี้จะนำเสนอแนวการสอนของดรงเรียนทางเลือกที่เปิดสอนในประเทศไทย
เพื่อให้คุณแม่ได้ลองตัดสินใจว่าแนวการสอนใดจะเหามะกับลูกของคุณ
หรือตรงกับสิ่งที่อยากจะพัฒนา และส่งเสริมให้กับเจ้าตัวน้อย
สำหรับแนวการสอนที่จะเสนอต่อมามีดังนี้
4. แนวการสอนแบบโครงการ (Project Approach)
แนวคิดนี้มาจากพื้นฐานที่ว่าการเรียนรู้ของเด็กมาจากการกระทำ เด็กเป็นผู้ที่ต้องพัฒนา
มีความคิด มีความมุ่งหมาย
และมีความต้องการที่จะเรียนรู้ทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นของตนเอง
อยากที่จะพึ่งพาตนเอง
การสอนจึงเน้นแบบโครงการมุ่งพัฒนาร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน
5. แนวการสอนแบบพหุปัญญา (Multiple Intelligence)
แนวการสอนนี้เกิดจากศาสตราจารย์โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner)
ในปี 1983 ซึ่งท่านเชื่อว่าเชาว์ปัญญาของบุคคลมิได้มีเพียงความสามารถทางด้านภาษา
และความสามารถด้านคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่จะมีอยู๋ในตัวอย่างหลากหลายมากมาย 8ประการ หรืออาจมากกว่านั้น เช่น ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์
ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ปัญญาด้านดนตรี ปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์
ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง หรือปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา เป็นต้น
ทำให้มนุษย์แต่ละคนบรรจุปัญญาที่หลากหลายด้านในขนาดที่ต่างกัน
ขึ้นกับว่าใครจะโดดเด่นด้านไหน
ความสามารถจะผสานกันออกมาทำให้บุคคลแต่ละมีแบบแผน
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนนั้น ทำให้การสอนแนวนี้ถูกประยุกต์ใช้กับกลุ่มเด็กปกติ
เด็กที่มีความบกพร่อง รวมถึงเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
6. แนวการสอนแบบวิถีพุทธ คือโรงเรียนในระบบปกติทั่วไป
แต่ได้นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้
หรือประยุกต์ใช้ในการบริหารและใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
เน้นกรอบการพัฒนาตามหลัก ไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา
เน้นการจัดสิ่งแวดล้อมให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามหลักพุทธธรรมอย่างบูรณาการที่ส่งเสริมให้เกิดความเจริญงอกงามของชีวิต และมีสติสัปชัญญะอยู่เสมอ
7. แนวการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) มีหลักคิดสำคัญคือ
การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์และบริบทที่เด็กอยู่เป็นตัวกำหนด ซึ่งหมายความว่าชุมชน
สภาพแวดล้อมที่อยู่โดยรอบจะเป็นตัวกำหนดและมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เช่น
อาคารสถานที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม พ่อแม่ เพื่อน หรือแม้แต่สัตว์
ก็เป็นสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก
ซึ่งเด็กแต่ละคนมีลักษณะที่เป็นตัวของตัวเอง
มีศักยภาพและความสามารถในตนเองมาตั้งแต่เกิด
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำให้เด็กแสดงความสามารถนั้นออกมาให้มากที่สุดผ่านความคิดและการลงมือทำสิ่งต่างๆ โดยมีครู พ่อแม่
เป็นเพียงผู้กระตุ้นให้เด็กแสดงความสามารถออกมา และต้องเรียนรู้ แก้ปัญหาไปพร้อมๆกัน
การเรียนรู้จึงที่มีคุณค่าสำหรับเด็กมากกว่าการสอนจากครูโดยการบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
8. แนวคิดการสอนแบบ ไฮสโคป (High Scope)
ป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย
ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น
โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ
ซึ่งตรงตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Theory) ของเปียเจต์ (Piaget)
นักการศึกษาที่สำคัญคนหนึ่งของโลก
ความสำคัญในด้านพื้นฐานโดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียน
จะเน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (Active Learning)
เพราะเด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทำให้เกิดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ
และรู้จักลงมือแก้ปัญหาด้วยตนอง