ทำไมต้องฝึกให้เด็กๆ มีสมาธิ

แม่และเด็ก

Rate this post

การที่เด็กๆ มีสมาธิที่ดี จะทำให้พวกเขาจดจ่ออยู่กับสิ่งต่างๆ ได้นาน
และเป็นความสามารถที่สำคัญของเด็ก
เพราะหากเขามีสมาธิที่ดีจะทำให้เติบโตเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
และทำสิ่งต่างๆ ที่ตนตั้งใจได้สำเร็จมากกว่าเด็กที่มีสมาธิสั้นกว่า ทำให้พวกเขาดีใจ
และมีความสุขในความสำเร็จของตนเอง

เด็กที่มีสมาธิดีมักมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นในสังคมได้ดี
และสังเกตได้ว่าเด็กที่มีสมาธิไม่ค่อยดีมักจะค่อนข้างเก็บตัว ปลีกตัวจากสังคม
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กเหล่านี้ขาดความเชื่อมั่นใจตัวเอง มีอารมณ์ขุ่นมัว
และอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดทักษะอื่นๆ

ดังนั้นการฝึกสมาธิของเด็กหากสามารถฝึกได้
อาจใช้เป็นกิจกรรมที่เขาชื่นชอบไม่ว่าจะเป็นการวาดรูประบายสี
หรือเล่นของเล่นที่เขาสนใจ พยายามฝึกให้เขาได้หยุดการเคลื่อนไหวไปมา
แล้วมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจอย่างที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติเพียงอย่างเดียว

การสร้างสมาธิในเด็กอาจใช้การร้องเพลงเบาๆ
ทำเหมือนกับที่ร้องเพลงกล่อมให้เขานอนหลับ
เนื่องจากบทเพลงและน้ำเสียงที่อ่อนโยนจะช่วยทำให้เด็กผ่อนคลาย และสงบขึ้น
การที่ฝึกให้เด็กๆ ได้ร้องเพลงเบาๆ ก็เช่นเดียวกัน
หรืออาจใช้การเล่นเกมฟังเสียงกระดิ่งว่ามาจากทางไหน ในขณะที่นั่งตัวตรงหลับตา
แล้วฟังเสียงกระดิ่งที่เราสั่นเบาๆ หรือให้เขานับจำนวนครั้งที่ได้ยินเสียงตรงข้างหู
โดยมีแรงจูงใจเป็นรางวัลต่างๆ ทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะตั้งใจฟัง จดจ่อ

อยู่กับความนึกคิดของเขาเอง
หรือให้เขานอนหงายพร้อมกับหลับตาเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น

สำหรับวิธีการอื่นๆ อาจใช้นิทานเสริมสร้างจินตนาการ เล่าอย่างช้าๆ เพื่อให้เด็กๆ
คิดตาม มีจินตนาการที่บรรเจิดและสร้างสรรค์ เช่น
เนื้อเรื่องที่บรรยายถึงสัตว์ในเทพนิยาย ว่ามีลักษณะและสีอย่างไร
ในขณะที่ให้เขานั่งหลับตา
แล้วหลังจากนั้นอาจจะให้เขาถ่ายทอดจินตนาการของตนเอง
ด้วยการวาดรูปและระบายสี

สำหรับการทำสมาธิพื้นฐานที่ใช้การนับลมหายใจเข้าและออกก็สามารถนำมาใช้ได้
อาจเริ่มด้วยการเล่นเกม นั่งตัวตรงและหลับตา นับลมหายใจเข้าและออกให้นานขึ้น
และเพิ่มจำนวนครั้ง พยายามฝึกให้เขาคุ้นเคยกับการรับรู้ถึงการหายใจของตัวเอง
และพยายามช่วยให้เขาคุ้นเคยกับการใช้วิธีดังกล่าวนี้ เมื่อต้องการให้เขามีสมาธิ
หรือเมื่อต้องการให้เขาผ่อนคลาย
เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ที่จะมีสมาธิอยู่กับความนึกคิดของตัวเองได้ดีขึ้นด้วย

พบว่าเด็กๆ ที่ได้รับการฝึกสมาธิในช่วงระยะเวลาหนึ่ง พบว่าพวกเขามีความสุข
และมีปฏิกิริยากับความเครียด ความกดดันต่างๆ ดีขึ้น สงบขึ้น
และสามารถอยู่กับกิจกรรมที่กำลังทำได้นานขึ้นด้วย
ซึ่งการฝึกสมาธิไม่ได้ฝึกกันเพียงชั่วข้ามคืน หากแต่ยังต้องพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
และเด็กต้องเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
การพัฒนาดังกล่าวก็เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่
ที่จะสอนให้เขาเรียนรู้เพื่อให้เขามีสมาธิ และสามารถทำสิ่งต่างๆ
ได้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างสวยงาม